|
photos and story by chestha / cameras : Canon400D / LC-A+ / Sony Camcorder |
... และแล้ว ผมก็ได้ไปเยือนสถานที่สุดป๊อปแห่งหนึ่งของเมืองไทย เป็นที่ๆเคยคิดไว้ตั้งนานแล้วว่าชีวิตนี้จะไปให้ได้สักครั้ง แต่ติดอยู่เรื่องเดียวคือการนั่งรถ แต่เมื่อฤดูหนาวของปีนี้มาถึง บวกกับความ"อยาก"ไปเที่ยวที่ๆมันได้อารมณ์ของฤดูนี้ โดยใช้งบไม่สูงเท่าไปเมืองนอกมากนัก "ปาย"จึงผุดขึ้นในลิสต์ของผมอีกครั้ง และครั้งนี้คงถึงเวลาที่ผมจะลองเสี่ยงเผชิญพันกว่าโค้งกับเขาซะที
หลังจากเดินไปเดินมาจนทั่ว เราก็ถีบจักรยานกลับที่พักเพื่อไปรอถ่ายรูปพระอาทิตย์ตก แต่จักรยานไม่ได้ช่วยอะไรมาก เนื่องจากต้องขี่ขึ้นเนินเป็นระยะๆอาการเหนื่อยก็ตามมาเป็นระยะๆอยู่ดี ที่พักของเราเป็นบังกะโลที่มีดาดฟ้าให้ขึ้นไปรับลมชมวิวได้ เลยได้สัมผัสกลิ่นไอของลมเย็นๆ ภูเขา ท้องนา และน้องควายเจ้าถิ่นแถวนั้นอย่างเต็มที่
หลังจากพระอาทิตย์ลาลับลงตรงแนวเขา ท้องก็เริ่มทำหน้าที่ขออาหารกินอีกแล้ว เราเลยถีบจักรยานออกไปในเมืองกันอีกครั้ง คราวนี้อยู่ยาวไปถึงดึก เดินซื้อโปสการ์ดสวยๆ ขนมพื้นเมือง และไปนั่งชิวๆดริ๊งค์แอลกอฮอลล์แบบซอฟท์ๆอยู่ที่บาร์เหล้าเล็กๆริมแม่น้ำปาย ท่ามกลางอุณหภูมิ12องศา
หลังจากชิวได้ที่ ก็ถีบจักรยานคันเดิมกลับที่พัก อารมณ์กำลังได้ผมเลยขึ้นไปเก็บภาพวิวพระจันทร์เล็กน้อย ก่อนจะลงมาเข้านอนและฟังเรื่องเล่าที่ทำเอาขนหัวลุกจากปากแฟนว่า ตอนถีบจักรยานกลับระหว่างทางตรงถนนลูกรังเส้นเล็กๆ บังเอิญเขาไปเจอสิ่งที่ไม่อยากจะเจอเข้าให้ อาจจะตาฝาดก็ได้แต่เขาบอกว่าเจอ"ผี"จริงๆ เจอยังไงไม่ขอเล่าแต่แทนที่คืนนั้นจะจบลงด้วยอารมณ์ รักแห่งสยาม มันกลายเป็น รักแห่งสยอง ไปซะนั่น
เช้าวันพฤหัสที่ 29 วันที่3ในปาย เราออกเดินทางฝ่าเส้นทางหมอกตั้งแต่ตอน8โมงกว่าๆมุ่งหน้าสู่เมืองแม่ฮ่องสอน เป็นอีกครั้งที่ผมทำใจว่าจะต้องเจอกับเส้นทางสายเหวี่ยงตามคำร่ำลือ แต่ดีที่เทคยากันเมารถไว้และพี่ไก่แกขับรถได้นุ่มนวลมากจึงไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราแวะดูโน่นดูนี่เป็นพักๆจนไปถึงเมืองแม่ฮ่องสอน ก็ได้ไปชมหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว ที่บ้านห้วยเสือเฒ่า ซื้อของน่ารักๆติดไม้ติดมือกลับมานิดนึง แต่ที่ปลื้มสุดก็คงจะเป็นซีดีเพลงชาวเขาของน้อง ma play ที่sheมีร้องเล่นกีต้าร์สดๆให้ฟังด้วย
เราแวะกินข้าวในเมืองแม่ฮ่องสอน ก่อนจะกลับถึงปายในช่วงเย็นย่ำ คืนสุดท้ายที่ปาย เราเปลี่ยนที่พักไปนอนที่กระท่อมริมปายในตัวเมือง เพื่อจะได้สะดวกในการไปขึ้นรถโดยสารกลับเชียงใหม่ในวันรุ่งขี้น ตอนกลางคืนเราจึงได้สั่งลาเมืองปายด้วยการเดินเล่นในเมืองอีกครั้ง ตามเส้นทางเดิมเด๊ะ
วันศุกร์ที่30 สิ้นเดือนพฤศจิกายนพอดี เรานั่งรถตู้เที่ยว9โมงเช้าเพื่อกลับเชียงใหม่ แต่รถจะออกก็ปาเข้าไป9โมงกว่าๆ เพราะพี่คนขับอยากได้ผู้โดยสารเพิ่มอีกหน่อย ซึ่งสรุปแล้วก็ไม่มีใครมาเพิ่ม รถตู้คันใหญ่ของเรานั่งกันไป6คน ผมกับแฟน และฝรั่งอีก2คู่
|