LOMO พระนคร ตอนที่1

photos and story by chestha / camera : LC-A+ / Films : Lucky200 , Kodak Elite Chrome , Fuji Provia100F

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2550

หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมใช้เวลาอยู่กับบ้านเสียส่วนใหญ่ นานๆจะได้ออกไปทำกิจกรรมยามว่าง วันนี้ถึงจุดเบื่อบ้านอีกวัน เลยหอบหิ้วเอากล้องโลโม่ตัวน้อยที่เพิ่งซื้อมาไม่นานไปด้วย หวังจะลองฝึกมือเก็บภาพแนวๆนี้ดูสักหน่อย เนื่องจากตั้งแต่ซื้อมาก็ยังไม่ได้ถ่ายอะไรจริงๆจังๆกับมันซะที

และเพื่อให้ได้อรรถรสและความสะดวก เลยไม่ได้เอากล้องตัวใหญ่ไปให้หนักบ่า แล้วก็ไม่ขับรถให้เปลืองน้ำมันเพิ่มความร้อนให้โลก โดยหันไปใช้บริการขนส่งมวลชนทั้งหลาย เริ่มจากนั่งรถไฟใต้ดินจากสถานีพหลโยธินไปลงบางซื่อ ด้วยความที่ยังไม่ได้แพลนว่าจะไปไหนบวกกับความหิวข้าว เลยบึ่งรถตุ๊กตุ๊กไปลงเตาปูน เพื่อไปกินข้าวหน้าเป็ดที่ร้าน นิวกิ๊ดกี่ ซึ่งเป็นร้านที่เปิดมานานหลายสิบปี ตอนเด็กๆสมัยประถม หลังเลิกเรียนแม่ชอบพามาแวะซื้อกลับบ้านประจำ ได้กินไปคิดไปพลางว่าวันนี้จะไปไหนดี

 

จุดหมายที่ผมคิดออกก็อยู่ในกรุงเทพ คือย่านถนนพระอาทิตย์ ผมไปดุ่มๆรออยู่แถวๆป้ายรถเมล์จนเห็นสาย30 สายที่จะไปถึงจุดหมายก็รีบแจ้นขึ้นไป ช่วงบ่ายๆรถว่าง อากาศกำลังสบายๆ เลยได้นั่งชมวิวถนนกรุงเทพอย่างสบายใจ แม้มีเรื่องเครียดๆอยู่วันนี้ขอเตะโด่งมันออกไปจากชีวิตหน่อยนึง

รถเมล์วิ่งไปตามเส้นทางถนนสามเสน ผ่านบางกระบือ ศรีย่าน เทเวศน์ จนถึงบางลำภู ก็ได้เวลาลงจากรถ ผมเดินไปตามถนนจนไปถึงสวนสันติชัยปราการ ก็เลยแวะเข้าไปถ่ายรุป+กินลม+ชมวิว เล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่ผมได้เข้าไปเยือนสวนแห่งนี้

แดดล่มลมไม่ตก บ่ายนี้สวนเล็กๆเก๋ๆก็เต็มไปด้วยผู้คนต่างเชื้อชาติมานั่งเก็บบรรยากาศชิวๆ ผมนั่งพักกินลมสักแป๊ปก็ออกเดินถ่ายรูปจนทั่วบริเวณ ...

ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงในการถ่ายรูปในสวนและบริเวณใกล้เคียง หลังจากนั้นจึงเดินต่อไปทางท่าเรือ ทีแรกว่าจะเข้าไปถ่ายรูปเฉยๆ แต่ก็อีกนั่นแหละ ผมไม่เคยใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยาเลย เคยแต่ลงเรือข้ามฟาก เลยบังเกิดไอเดียผสมความอยาก ดูแผนที่อยู่สักครู่จึงตัดสินใจซื้อตั๋วไปขึ้นที่ท่าเรือราชวงศ์

ผมเดินไปรอที่โป๊ะ เก็บภาพวิวแถวๆนั้น ทีแรกก็นึกว่าอีกเดี๋ยวเรือก็คงมา แต่เอาเข้าจริงๆก็รออยู่พักใหญ่ๆ เลยเกิดอาการเซไปเซมาตามแรงโคลงเคลงที่เกิดจากคลื่นที่กระหน่ำซัดเอาซัดเอากับโป๊ะ ใจก็นึกว่านี่ถ้าขึ้นฝั่งแล้วจะเดินเหวี่ยงรึเปล่าก็ไม่รู้ นึกได้สักพักเรือของผมและของใครหลายๆคนก็มาถึง เรือลำนี้เต็มไปด้วยผู้โดยสาร แต่ก็ยังมีที่เหลือพอให้ผมได้ไปยืนจับราว โน้มตัวไปมาซ้ายทีขวาที เพื่อเก็บภาพวิวสองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รู้สึกได้ถึงความสนุกสนาน ความสบายและเย็นใจแบบที่ไม่ได้ลิ้มรสมาเป็นเวลาหลายเดือน

 

หลังจากที่เรือแวะตามท่าต่างๆนับได้ประมาณ8ท่า ก็ถึงท่าเรือราชวงศ์ จุดหมายปลายทางของผม แล้วก็ให้โล่งใจที่พอเดินขึ้นมาบนฝั่งแผ่นดิน ผมยังเดินตรงได้สบายๆไม่มีอาการเหวี่ยงแต่อย่างใด ด้วยความไม่คุ้นเคยย่านนี้มาก เลยต้องถามทางจากคนท้องถิ่น แล้วก็ได้ความว่า เยาวราช สามารถเดินเท้าไปได้โดยไม่เหนื่อย แค่เดินตรงไปอย่างเดียวแป๊ปนึงก็ถึง ผมเดินออกมาจนเจอถนนใหญ่ก็พบกับความโกลาหลของผู้คนและยานพาหนะที่สัญจรไปมา ซึ่งมันเป็นภาพที่แสนจะคุ้นเคยซะเหลือเกินในย่านนี้ ไม่รอช้าผมก็ใช้เวลาเดินเก็บภาพตามทางไปเรื่อยๆ

จนกระทั่งรู้ตัวอีกทีพระอาทิตย์ก็เริ่มคล้อยต่ำ เวลาเย็นย่ำก็มาถึง ผมเริ่มจะหิวอีกแล้ว เลยแวะกินข้าวซี่โครงหมูร้านดังในย่านนี้ แล้วก็เดินแวะซื้อขนมติดไม้ติดมือกลับบ้าน และทิ้งทวนถ่ายรูปบรรยากาศที่ร้านต่างๆเริ่มเปิดไฟ ทำให้มีแสงสีขึ้นมาอีกหน่อย จนฟิล์มหมดม้วน ก็เป็นอันปิดจีอบสำหรับโลโม่มือฝึกหัด

ผมเดินลัดเลาะไปในตรอกซอกซอยจนไปเจอป้ายรถเมล์ ถามคนแถวนั้นอีกเช่นเคย ว่าจะไปหัวลำโพงสายไหน แล้วก็ได้นั่งสาย7 ไปลงสถานีรถไฟพอดี ผมไม่ได้นั่งรถไฟแต่ลงไปใช้บริการรถไฟใต้ดินเหมือนตอนแรก คราวนี้เป็นการนั่งย้อนกลับไปอีกทาง ปลายทางของผมคือ พหลโยธิน เท่ากับว่าวันนี้ได้นั่งครบรอบพอดิบพอดี

การเตร็ดเตร่ของผมวันนี้คุ้มเหนื่อยจริงๆ ว่าแล้วก็ขอไปซัดขนมที่ซื้อมาให้หนำปากหนำท้องเสียหน่อย โลโม่ทริปหน้าจะไปไหนเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที สวัสดีครับท่านผู้ชม

ไปดูรูปถ่ายเซ็ตใหญ่ของทริปนี้ได้ที่นี่เลยครับ >> คลิก <<